เคล็ดลับเทคนิควิธีเรียนกฎหมาย สามารถเก็บเกรด A ลงในทรานสคริปต์ได้
เอาหละ เชื่อว่า น.ศ. หลาย ๆ คนอยากรู้เทคนิคการเก็บเกรด A วิชานี้
สมัยก่อนแจกเกรด A น้อยมาก บางเทอมไม่มีเลย แต่เชื่อไหมเกรด A วิชานี้ได้ง่ายกว่าวิชา LAW1101 หลักกฎหมายมหาชน
ดังนั้น จะต้องรู้เทคนิคการเรียน แต่ขอตัด น.ศ. ที่แพ้ทางการเขียนตอบข้อสอบบรรยายก่อนว่า "หากไม่รู้วิธีเขียนมันจะยาก" หากรู้วิธีเขียน + วิธีเรียน = น.ศ. ทำเกรด A ได้นะคะ !!
เริ่มแรก ตอบให้ได้ก่อนว่า "หาก น.ศ. ขับรถด้วยความเร็ว 100/km ต่อ ช.ม." ? น.ศ. ตอบตัวเองก่อนว่า "มันช้า หรือ มันเร็ว ?" ให้เป็นคำถามที่ A)
จากนั้นตอบในใจห้ามโกงนะคะ ต่อมา หากตอบได้แล้ว จะถามต่อไปว่า "หากเปลี่ยนสถานการณ์นั้นเป็นหน้าโรงเรียนประถมอนุบาลหมีน้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดห่างจากตัวเมือง" น.ศ. จะยังยืนยันคำตอบเดิมจากข้อ A) ไหม ? ว่ามันช้า หรือ มันยังเร็วอยู่ ?
ต่อมาคำถาม C) จะมา Combo เพิ่มนะว่า "หากทางเทศบาล หรือ อำเภอผู้รับผิดชอบพื้นที่บริเวณนั้น หรือ กรมทางหลวงจะติดตั้งแผ่นป้ายจำกัดความเร็ว พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ควรจะกำหนดให้ให้ขับต่ำกว่า 60 กม./ชม. ไหม ? หรือ ควรจะปล่อยไม่ต้องกำหนดให้เป็นความเร็วปกติที่ 80 กม./ชม" ?
เห็นอะไรแล้วหรือยัง ? คำตอบเราทั้งหมดทั้ง 3 ข้อ มันจะเริ่มร้อยเรียงกันเข้ามา นี่แหละ คือ หัวใจ หรือ มิเตอร์ หรือ มาตรวัด ของวิชานี้ค่ะ
ผู้เขียนชีทวิชานี้จะพยายามอธิบายเนื้อหาเรียนที่มันยาก ๆ ใส่ลงไปในชีทวิชานิติปรัชญานี้ให้ ป.ตรี หรือ แม้กระทั่ง พรีดีกรี ย่อยง่าย ๆ
ดังนั้น หากคำตอบของ น.ศ. เริ่มบอกว่า ไม่ว่าจะช้า หรือ เร็ว 100 กม./ชม. ก็ไม่ควรจะขับขี่ผ่านหน้า ร.ร. ประถม แปลว่า มาตรวัดของ น.ศ. เริ่มทำงานแล้วค่ะแล้ว "ความเร็วเท่าไร ? ที่เราควรจะกำหนดไว้ หากให้ขับผ่าน 30 กม./ชม. ok ปลอดภัยดี ? แต่จะสัญจรขับผ่านไปมาไม่ช้ากันจนทำกิจการงานกันอย่างไร ? ต้องเอาโรงเรียนย้ายไปอยู่สุดซอย สุดถนน สุดอำเภอไหม ? หรือ ควรจะประมาณ 50-60 กม./ชม. กำลังดี พอให้มีระยะเบรคได้ทั้งมอเตอร์ไซด์ และรถยนต์ = ตรงนี้ คือ การให้คุณค่า การอ่านมาตรวัดของเรา
วิชานี้ คะแนนจะขึ้น หรือ ลดลงอยู่ที่ "การให้เหตุผล" หรือการอธิบายกฎหมายให้สอดรับกับแนวคิดที่มีจากสำนักคิดต่าง ๆ = A, B+, B .. ไล่ลงไปตามเนื้อหาการเขียนและการแสดงออกมาภายในระยะเวลา 2 ชม. กับสมุดคำตอบ 1-2 เล่ม
...
กลับมาเรื่องเดิม ...
...
และหากตอบได้ว่า เราควรกำหนดและติดตั้งป้ายสัญญาณเตือน + เครื่องมือต่าง ๆ ที่รัฐพึงกำหนดเป็น "มาตรฐานขั้นต่ำ" เอาไว้ใช้กับกรณีสถานที่ชุมชน หรือ สถานที่โรงเรียน แบบนี้ = เริ่มเข้าใจแล้วว่า "จุดสุดท้าย หรือ มาตรฐานอย่างน้อยที่สุด เราจะปกป้องคุ้มครองลูกหลานตัวเล็กตัวน้อย หรือ อาม่า อากง คุณครู นักเรียนซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศเราอย่างไร ?"
เห็นอะไรไหม ? คำตอบ หรือ มาตรวัดเราจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามบริบท ตั้งแต่คำถาม A ไล่มาจนถึง B ถึง C มันจะ "กำหนดกรอบและพฤติกรรมของคนในสังคม" เจ้าตัวนี้แหละ ที่เราจะต้องเรียนทฤษฎีต่าง ๆ ตั้งแต่ "กฎหมายยุคกรีก ไล่มาตั้งแต่เพลโต, อริสโตเติล, โสกราตีส" จนมาถึงยุคสาธารณรัฐ ไล่มาจนถึงยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 , 2 และอาจจะประเมินต่อในสงครามโลกยุคที่ 3 (ถ้ามี)
แปลว่า "เราจะกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม" เราจะต้องใช้กฎหมายมาปรับ เราควรจะกำหนดอย่างไร ? ควรมีบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาดแบบไหน ? ... นี่แหละ คือ สิ่งที่วิชานี้ต้องการจากปลายปากกากระดาษคำตอบของ น.ศ.
การมองว่า "ความเร็วที่เหมาะสม" ที่ควรกำหนดและติดตั้งเครื่องหมายจราจร หรือ ประกาศไว้ในกฎกระทรวง หรือ กฎหมายในลำดับต่าง ๆ ของประเทศไทย ตรงนี้ คือ "มาตรวัดของสังคม" นั่นเอง ว่าเรามุ่งจะปกป้องคุ้มครองอย่างไร ? เช่น กฎหมายในต่างประเทศ เขาห้ามแซงรถโรงเรียน ต้องให้รถโรงเรียนไปก่อน เพราะ "เยาวชน" ยังไม่มีความสามารถในการมองเห็น การตัดสินใจ ฯลฯ = แปลได้ว่า "เขามุ่งปกป้องคุ้มครองทรัพยากรเด็กเล็ก" ของเขาอย่างเข้มแข็งมาก
หรือ แม้กระทั่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ถือว่าเป็นประเทศปลอดภัยอันดับต้น ๆ ของโลก เช่นกัน
ตรงนี้ มันคือ มิเตอร์ หรือ มาตรวัดที่จะสะท้อนวิธีคิด หรือ การออกแบบ การสร้างกฎหมายในประเทศ (ถ้าเคสของไทยเราจะไม่รวมกับการบังคับใช้กฎหมายนะ คนละเรื่องกัน) เอาล่ะ สัญญาจะไม่ไปยุ่งกับส่วนนั้นเยอะ เพราะจะเก็บไว้เขียนลงในชีทของไอวี่ชีท และการบรรยายในคอร์สติวเท่านั้น
อะต่อ
ทีนี้ เมื่อ น.ศ. มองเห็นภาพเดียวกันแล้ว ดังนั้น น.ศ. จะให้ Valued หรือ คุณค่า กับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ? ตั้งแต่ การกำหนดความเร็ว หรือ แม้กระทั่งป้าย, สัญญาณไฟ หรือ การกำหนดช่วงเวลาการบังคับใช้กฎหมาย หรือ การเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ อาสาสมัคร หรือ แม้กระทั่ง คุณครู, นักศึกษาวิชาทหาร ฯลฯ จะมาช่วยพาน้อง ๆ เดินข้ามถนน ฯลฯ ทุกกระบวนการต่อจากนี้ คือ คุณค่าที่เราให้กับมัน
วิชานี้ก็เช่นกัน เรามองตั้งแต่ความเร็วพื้นฐาน ไล่มาจนถึงการคิด กระบวนการสร้างกฎหมาย การกำหนดกรอบวิธีคิด การวัดคุณค่า ฯลฯ กับเรื่องอะไร ?
ข้อสอบก็จะออกวน ๆ ไป ๆ มา ๆ แต่ไม่เคยออกลึกมากเลย แต่ น.ศ. ก็ยังตอบไม่ได้เช่นเคย ทุกเทอมทุกปี
ดังนั้น กระบวนการแรกที่อยากฝาก สำหรับ น.ศ. ที่จะลงเรียน หรือ ทำความเข้าใจวิชานี้ คือ วิเคราะห์ตัว น.ศ. เองก่อน ว่าเข้าใจตนเอง หรือ ยัง ?
และ ค่อยไปทำความเข้าใจว่า "มาตรวัดนี้" มันใช้งานยังไง เราจะปรับการใช้มาตรวัดนี้ กับกฎหมาย กับแนวคิดต่าง ๆ ที่เป็นแนวคิดตั้งแต่นักปรัชญายุคกรีกได้อย่างไรบ้าง ? รวมถึงเจ้าข้อสอบ 3 ข้อ เขาออกแบบนี้ เขาวัดอะไรเรา และเทอมนี้ ? ข้อสอบจะปรับเปลี่ยน หรือ จะออกยาก ควรทิ้งไว้สอบซ่อม หรือ สอบเลย เป็นต้น
อีก 1 วิชาที่แนะนำให้เก็บเกรด A ไปกับไอวี่ชีทกฎหมาย และถ้าอ่านชีทแล้วยังไปไม่เป็น หรือ ยังงง ๆ แนะนำให้ลงคอร์สติวได้เลยค่ะ หรือ ต้องการเอาแนวคิดไปปรับใช้กับกลุ่มวิชาบรรยายทั้งหมด ซึ่ง LAW2104 ข้อท้าย ๆ ก็จะเขียนในเชิงนิติปรัชญาลงไปได้ มีโอกาสเก็บ A ได้อีกเช่นกัน
LAW4107 · นิติปรัชญา
หลักสูตร 65
70
2 หน่วยกิต
แนะนำวิชา LAW4107 นิติปรัชญา (คณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง)
คณาจารย์ผู้สอน/ออกข้อสอบ · 1/69
#ทฤษฎีกฎหมายบริสุทธิ์#ปภาศรี#ปวริศร#วรพจน์
👁 ดูแล้ว 50 ครั้ง
📋 ดูขอบเขตสอบละเอียดวิชานี้ (แยกตามเทอม) →
เคล็ดลับเทคนิควิธีเรียนกฎหมาย สามารถเก็บเกรด A ลงในทรานสคริปต์ได้
🔒 เนื้อหาเต็ม + ไฟล์ดาวน์โหลด ต้อง login ก่อน
ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย — login ด้วย Google ครั้งเดียว
เข้าสู่ระบบเพื่อดูฉบับเต็ม